ผู้ประกอบการสุขภาพและความงามที่ต้องการพัฒนาสารสำคัญ ทดสอบประสิทธิภาพ หรือขยายกำลังการผลิต มักพบว่าต้นทุนของงานวิจัยและพัฒนาสูงกว่าที่กระแสเงินสดของธุรกิจรับได้ ประเทศไทยมีกลไกสนับสนุนจากภาครัฐหลายช่องทางที่ออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ แต่แต่ละช่องทางตอบโจทย์ต่างกัน และการยื่นผิดช่องทางหรือเตรียมข้อเสนอไม่ตรงเกณฑ์เป็นสาเหตุหลักที่ผู้ประกอบการเสียเวลาโดยไม่ได้ทุน
บทความนี้อธิบายสามช่องทางหลักในระดับภาพรวม คือ บพข. NIA และ BOI ว่าแต่ละช่องทางเหมาะกับโครงการแบบไหน และการเตรียมตัวที่ทำให้ข้อเสนอแข็งแรง เงื่อนไข วงเงิน และรอบการเปิดรับเปลี่ยนแปลงทุกปี ควรตรวจสอบประกาศปัจจุบันของแต่ละหน่วยงานก่อนยื่นเสมอ
บพข.: วิจัยที่มีปลายทางเชิงพาณิชย์
หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาที่มีเป้าหมายนำผลไปใช้เชิงพาณิชย์ โดยให้น้ำหนักกับความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับหน่วยวิจัยหรือมหาวิทยาลัย และมักกำหนดให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการส่วนหนึ่ง โครงการที่เหมาะคือโครงการที่มีคำถามวิจัยชัดเจน มีเทคโนโลยีที่ต้องพัฒนาต่อจากระดับที่มีอยู่ไปสู่ระดับที่ใช้ได้จริง และมีผู้ประกอบการที่พร้อมนำผลไปผลิตและขาย ตัวอย่างในกลุ่มสุขภาพและความงาม เช่น การพัฒนาสารสกัดมาตรฐานจากพืชไทยพร้อมหลักฐานประสิทธิภาพ หรือการพัฒนากระบวนการผลิตที่ยกระดับจากห้องปฏิบัติการสู่โรงงาน
NIA: นวัตกรรมและสตาร์ทอัพ
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) มีกลไกสนับสนุนหลายรูปแบบสำหรับผู้ประกอบการที่พัฒนานวัตกรรม ตั้งแต่ทุนสำหรับต้นแบบและการทดสอบตลาด ไปจนถึงโครงการที่เน้นการขยายผลเชิงธุรกิจ จุดเน้นของ NIA อยู่ที่ความใหม่ของนวัตกรรมและศักยภาพทางธุรกิจ มากกว่าความลึกของงานวิจัย โครงการที่เหมาะคือโครงการที่มีต้นแบบหรือแนวคิดชัดเจน มีแผนธุรกิจที่แสดงตลาดและรายได้ และต้องการเงินสนับสนุนเพื่อพัฒนาต้นแบบให้พร้อมออกสู่ตลาด ผู้ประกอบการรายเล็กและสตาร์ทอัพจำนวนมากเริ่มจากช่องทางนี้
BOI: สิทธิประโยชน์ ไม่ใช่เงินให้เปล่า
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ไม่ได้ให้เงินทุน แต่ให้สิทธิประโยชน์แก่กิจการที่ได้รับการส่งเสริม เช่น การยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล การยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร และสิทธิประโยชน์อื่นตามประเภทกิจการ กิจการที่เกี่ยวกับการผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร สารสกัด และเทคโนโลยีชีวภาพ อยู่ในกลุ่มที่มีการส่งเสริม ช่องทางนี้เหมาะกับธุรกิจที่กำลังจะลงทุนในโรงงานหรือเครื่องจักร และคาดว่าจะมีกำไรที่ภาษีมีนัยสำคัญ การขอรับการส่งเสริมควรทำก่อนเริ่มลงทุน เพราะสิทธิประโยชน์มักไม่ครอบคลุมการลงทุนที่เกิดขึ้นแล้ว
เลือกช่องทางจากขั้นของโครงการ
วิธีเลือกที่ใช้ได้จริงคือดูว่าโครงการอยู่ขั้นไหน ถ้ายังมีคำถามทางเทคนิคที่ต้องวิจัยและมีพันธมิตรวิจัย บพข. เป็นช่องทางที่ตรง ถ้ามีต้นแบบแล้วและต้องการพัฒนาให้พร้อมตลาดพร้อมแผนธุรกิจ NIA ตรงกว่า ถ้าพร้อมลงทุนผลิตและต้องการลดภาระภาษี BOI คือคำตอบ หลายโครงการใช้มากกว่าหนึ่งช่องทางในเวลาต่างกัน เช่น เริ่มจากทุนวิจัย ต่อด้วยทุนพัฒนาต้นแบบ แล้วขอรับการส่งเสริมเมื่อสร้างโรงงาน
เตรียมข้อเสนออย่างไรให้แข็งแรง
ข้อเสนอที่ผ่านมักมีองค์ประกอบร่วมกัน คือปัญหาที่ชัดเจนและมีข้อมูลรองรับ เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่อธิบายได้ว่าใหม่อย่างไรเทียบกับที่มีอยู่ แผนงานที่มีขั้นตอน ตัวชี้วัด และระยะเวลาที่เป็นไปได้ ทีมที่มีความสามารถตรงกับงาน แผนการนำผลไปใช้เชิงพาณิชย์ที่แสดงตลาดและรายได้ และงบประมาณที่สมเหตุสมผลกับงาน ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือเขียนข้อเสนอเป็นแผนการตลาดโดยไม่มีเนื้อหาวิจัย หรือเขียนเป็นงานวิจัยโดยไม่มีแผนธุรกิจ และการยื่นโดยไม่อ่านเกณฑ์ของรอบนั้นอย่างละเอียด
เครือข่ายวิจัยในเครือ
ทุนวิจัยหลายโครงการต้องการพันธมิตรจากสถาบันหรือห้องปฏิบัติการ T2B Academy อยู่ในเครือข่ายเดียวกับ TIBD, K-API และห้องปฏิบัติการพันธมิตร ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับผู้ประกอบการที่มีโจทย์แต่ยังไม่มีทีมวิจัย ผู้ที่ต้องการให้ช่วยเตรียมข้อเสนอ TIBD มีบริการของบประมาณจากแหล่งทุนและการระดมทุน
Frequently asked questions
ธุรกิจเล็กขอทุนได้ไหม
ได้ หลายโครงการเปิดให้ผู้ประกอบการรายเล็กและสตาร์ทอัพยื่นได้ แต่มักต้องมีนิติบุคคล มีทีมที่รับผิดชอบโครงการ และในบางกรณีต้องมีส่วนร่วมลงทุนของเอกชนเอง เงื่อนไขต่างกันตามโครงการและรอบ ควรอ่านประกาศรอบปัจจุบันของแต่ละหน่วยงาน
ทุนวิจัยกับสิทธิประโยชน์ BOI ต่างกันอย่างไร
ทุนวิจัยคือเงินสนับสนุนสำหรับกิจกรรมวิจัยและพัฒนาตามข้อเสนอโครงการ ส่วน BOI ไม่ได้ให้เงิน แต่ให้สิทธิประโยชน์ เช่น การยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริม ทั้งสองอย่างใช้ร่วมกันได้ในโครงการที่เข้าเงื่อนไข
ต้องมีมหาวิทยาลัยหรือหน่วยวิจัยร่วมไหม
หลายโครงการทุนวิจัยให้น้ำหนักกับความร่วมมือระหว่างเอกชนกับหน่วยวิจัย และบางโครงการกำหนดให้มีนักวิจัยจากสถาบันร่วม การมีพันธมิตรวิจัยที่เหมาะสมช่วยทั้งคุณภาพข้อเสนอและโอกาสได้รับทุน เครือข่ายของ TIBD และ K-API เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับผู้ที่ยังไม่มีพันธมิตร
Sources
- หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)
- สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
Instructor notes from the TIBD · VISBIO · K-API network. Not a substitute for regulatory advice on your specific product. · Updated 2026-09-28
Related articles
2026-09-29Putting AI to work in a cosmetic business: trends, concepts, compliant content, and the limits you must know
AI genuinely helps a cosmetic brand in four jobs: reading trends, developing concepts, producing content, and analysing customers. Two things it must never decide alone: regulated claims and the formula.
2026-09-28Intellectual property for health products: what can be registered, what cannot, and what is worth it
Most formulas cannot and should not be patented, but a brand name must be registered before you sell. The four IP tools, what each protects, and how a small brand decides what is worth filing.
2026-09-26Unit economics and break-even for brands: how big a first batch before you sink
A first batch that is too large is how new brands sink their capital. Contribution margin per unit, break-even per batch, and how to weigh a factory's minimum order against what you can sell before expiry.