ArticlesHealth & Wellness Hub2026-09-105 min read

Starting a cosmetic brand in Thailand: the path from idea to shelf, and what each step takes

Building a cosmetic brand in Thailand has seven steps that must run in order; skipping one costs more later. From positioning, formula and factory to Thai FDA notification, cost, label and channels.

This article is available in Thai only. An English edition is not published yet — read it in Thai, or browse the courses in English.

ทุกปีมีคนจำนวนมากอยากมีแบรนด์เครื่องสำอางของตัวเอง และจำนวนไม่น้อยเริ่มจากการติดต่อโรงงานรับผลิต (OEM) เป็นขั้นแรก ซึ่งเป็นลำดับที่ทำให้หลายแบรนด์ได้สินค้าที่เหมือนกับอีกหลายสิบแบรนด์ในตลาด และไม่รู้ว่าจะขายให้ใครในราคาเท่าไร เส้นทางที่ทำให้แบรนด์อยู่รอดเริ่มจากคำถามว่าแบรนด์นี้แก้ปัญหาอะไรให้ใคร แล้วค่อยไล่ไปที่สูตร โรงงาน การจดแจ้ง ต้นทุน ฉลาก และช่องทางขาย ตามลำดับ

บทความนี้เขียนจากประสบการณ์การให้คำปรึกษาแบรนด์เครื่องสำอางไทยจำนวนมากของทีม TIBD เป้าหมายคือให้ผู้อ่านเห็นทั้งเส้นทางพร้อมความคาดหวังเรื่องเวลาและงบในแต่ละขั้นในภาพรวม โดยไม่ระบุตัวเลขตายตัว เพราะแต่ละแบรนด์ต่างกันมาก

ขั้นที่ 1 ตำแหน่งแบรนด์และกลุ่มลูกค้า

ก่อนคิดถึงสูตร ต้องตอบให้ได้ว่าลูกค้าคือใคร มีปัญหาผิวหรือความต้องการอะไร ปัจจุบันใช้อะไรอยู่ และทำไมจะเปลี่ยนมาใช้ของคุณ คำตอบนี้กำหนดทุกอย่างที่ตามมา ตั้งแต่สารสำคัญที่ควรเลือก รูปแบบผลิตภัณฑ์ ราคา ไปจนถึงช่องทางขาย แบรนด์ที่ตำแหน่งชัดจะคุยกับโรงงานได้เร็ว เพราะรู้ว่าต้องการอะไร แบรนด์ที่ตำแหน่งไม่ชัดจะได้สูตรมาตรฐานของโรงงาน แล้วพยายามหาเรื่องเล่ามาใส่ทีหลัง

ขั้นที่ 2 สารสำคัญและสูตร

สูตรเครื่องสำอางประกอบด้วยสารหลายกลุ่มที่ทำหน้าที่ต่างกัน ได้แก่ ระบบพื้นฐานที่กำหนดเนื้อสัมผัส เช่น เจล อิมัลชัน หรือเซรั่ม สารออกฤทธิ์ (Active Ingredient) ที่ให้ประโยชน์ตามตำแหน่งแบรนด์ สารกันเสียที่ทำให้สินค้าปลอดภัยตลอดอายุการเก็บ และสารช่วยอื่น เช่น สารปรับความหนืด น้ำหอม และสี เจ้าของแบรนด์ไม่จำเป็นต้องตั้งสูตรเอง แต่ควรอ่านสูตรออกและรู้ว่าสารออกฤทธิ์ที่เลือกใส่ในระบบไหนได้ในปริมาณเท่าไร เพราะนี่คือจุดที่โรงงานมักเสนอสารในปริมาณต่ำเพื่อคุมต้นทุน ทำให้สินค้ามีชื่อสารบนฉลากแต่ไม่มีผลที่มีความหมาย

สำหรับแบรนด์ที่ต้องการความแตกต่างจริง การพัฒนาสารสำคัญเฉพาะของตัวเองเป็นทางเลือกหนึ่ง ซึ่ง TIBD มีบริการพัฒนาสารสำคัญ (Active Ingredient Development) ขอบเขตและราคาขึ้นกับสารและการทดสอบที่ต้องการ

ขั้นที่ 3 เลือกโรงงานผลิต

โรงงานรับผลิตมีสองแบบหลัก โรงงานรับจ้างผลิตตามสูตรของคุณ (OEM) และโรงงานที่มีสูตรของตัวเองให้เลือกแล้วติดแบรนด์ (ODM) แบบหลังเร็วและถูกกว่า แต่ได้สินค้าที่ใกล้เคียงกับแบรนด์อื่นที่ใช้โรงงานเดียวกัน สิ่งที่ต้องตรวจก่อนเลือกโรงงานคือมาตรฐานการผลิตที่โรงงานได้รับการรับรอง จำนวนขั้นต่ำต่อล็อต เงื่อนไขการถือสูตร (ใครเป็นเจ้าของสูตรเมื่อเลิกผลิต) และการสนับสนุนเรื่องเอกสารสำหรับจดแจ้ง

ขั้นที่ 4 จดแจ้งกับ อย.

เครื่องสำอางในประเทศไทยต้องจดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนวางจำหน่าย ขั้นตอนนี้ต้องใช้ข้อมูลสูตรที่ครบถ้วน ชื่อสารตามระบบสากล (INCI) และรายละเอียดสถานที่ผลิตหรือนำเข้า สารที่ใช้ต้องอยู่ในเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด และข้อความบนฉลากต้องสอดคล้องกับที่จดแจ้ง โรงงานรับผลิตหลายแห่งช่วยดำเนินการได้ แต่เจ้าของแบรนด์ควรเข้าใจว่าจดแจ้งในนามใครและใครรับผิดชอบ เพราะเมื่อมีปัญหาผู้รับผิดชอบคือผู้จดแจ้ง

ขั้นที่ 5 ต้นทุนและราคา

เมื่อมีสูตรและโรงงานแล้ว จึงคำนวณต้นทุนต่อหน่วยที่แท้จริงได้ ซึ่งรวมวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ค่าจ้างผลิต ค่าทดสอบ ค่าจดแจ้ง ค่าออกแบบ และค่าการตลาดที่กระจายลงต่อชิ้น แล้วตั้งราคาย้อนกลับจากกำไรที่ต้องการโดยเผื่อส่วนที่ช่องทางขายจะหัก รายละเอียดวิธีคิดอยู่ในบทความเรื่องการวางแผนต้นทุนและโครงสร้างราคา ขั้นนี้ควรทำก่อนสั่งผลิตล็อตแรก ไม่ใช่หลังจากสินค้ามาถึงแล้ว

ขั้นที่ 6 ฉลากและข้อความที่พูดได้

ฉลากเครื่องสำอางมีรายการที่ต้องแสดงตามกฎหมาย และข้อความโฆษณาต้องไม่เกินหลักฐานที่มี คำที่สื่อถึงการรักษาหรือรับประกันผลลัพธ์เป็นกลุ่มที่มีปัญหาบ่อยที่สุด ถ้าต้องการพูดถึงผลลัพธ์ต่อผิว ต้องมีการทดสอบกับสินค้าจริงรองรับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรวางแผนตั้งแต่ขั้นสูตร ไม่ใช่ขั้นออกแบบฉลาก

ขั้นที่ 7 ช่องทางขายและการเปิดตัว

ช่องทางขายควรถูกเลือกจากตำแหน่งแบรนด์และโครงสร้างราคา ไม่ใช่จากความสะดวก แบรนด์ที่ตั้งราคาพรีเมียมแต่เปิดตัวในช่องทางที่แข่งด้วยส่วนลดจะเสียตำแหน่งตั้งแต่วันแรก การเปิดตัวควรมีสินค้าหลักหนึ่งถึงสองตัว มีเรื่องเล่าที่ยึดกับสารสำคัญและหลักฐานจริง และมีแผนเก็บความเห็นจากลูกค้ากลุ่มแรกเพื่อปรับก่อนขยาย

ข้อผิดพลาดที่แบรนด์ใหม่พบบ่อยที่สุด

ข้อแรกคือเริ่มจากโรงงานก่อนตำแหน่งแบรนด์ ได้สินค้าที่เหมือนคู่แข่งและต้องแข่งด้วยราคา ข้อสองคือรับสูตรที่มีสารสำคัญในปริมาณต่ำเพราะไม่รู้ว่าปริมาณที่มีความหมายคือเท่าไร ทำให้ชื่อสารอยู่บนฉลากแต่ผลไม่มี ข้อสามคือออกแบบฉลากและถ่ายภาพก่อนรู้ว่าข้อความไหนใช้ได้ แล้วต้องรื้อใหม่หลังจดแจ้ง ข้อสี่คือคำนวณต้นทุนเฉพาะค่าผลิต ลืมค่าทดสอบ ค่าเอกสาร ค่าการตลาด และของเสีย ข้อห้าคือเปิดตัวด้วยสินค้าหลายตัวพร้อมกันจนสต็อกกระจายและเรื่องเล่าของแบรนด์ไม่ชัด ทั้งห้าข้อป้องกันได้ด้วยการเดินตามลำดับที่อธิบายไว้ข้างต้น

ใครควรอยู่ในทีมตั้งแต่วันแรก

แบรนด์เล็กไม่จำเป็นต้องจ้างทุกตำแหน่ง แต่ต้องมีคนรับผิดชอบสี่เรื่อง คือคนที่ตัดสินใจเรื่องตำแหน่งแบรนด์และลูกค้า คนที่อ่านสูตรและคุยกับโรงงานได้ คนที่ดูแลเอกสารกับหน่วยงานและข้อความที่ใช้ได้ และคนที่คุมตัวเลขต้นทุนกับราคา ในแบรนด์ที่ก่อตั้งโดยคนเดียว ทั้งสี่บทบาทอาจเป็นคนเดียวกันในช่วงแรก

Frequently asked questions

ต้องมีความรู้เคมีถึงจะทำแบรนด์เครื่องสำอางได้ไหม

ไม่จำเป็นต้องตั้งสูตรเองทั้งหมด แต่ควรอ่านสูตรออกและรู้ว่าสารแต่ละกลุ่มทำหน้าที่อะไร เพื่อคุยกับโรงงานได้อย่างมีอำนาจต่อรอง และไม่ยอมรับสูตรสำเร็จที่ไม่ตรงกับตำแหน่งแบรนด์ของตัวเอง

ขายเครื่องสำอางในไทยต้องขออนุญาตอะไร

เครื่องสำอางในประเทศไทยต้องจดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนวางจำหน่าย ผู้จดแจ้งต้องมีสถานที่และเอกสารครบตามที่กำหนด โรงงานรับผลิตหลายแห่งช่วยดำเนินการได้ แต่เจ้าของแบรนด์ควรเข้าใจว่าจดแจ้งอะไรในนามใคร เพราะเป็นเรื่องความรับผิดชอบทางกฎหมาย

ควรเริ่มจากกี่สินค้า

แบรนด์ที่เดินได้ดีส่วนใหญ่เริ่มจากสินค้าหลักหนึ่งถึงสองตัวที่ตอบโจทย์ชัด แล้วขยายเมื่อมีฐานลูกค้า การเริ่มด้วยสินค้าหลายตัวทำให้ต้นทุนคงที่ต่อสินค้าสูง สต็อกกระจาย และสื่อสารตำแหน่งแบรนด์ยาก

Sources

  1. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
T2B
ทีมวิทยากร T2B Academy · ที่ปรึกษาเนื้อหา ดร.วุฒิพงษ์ ผาณิตเศรษฐกร (TIBD) และคุณมันตามน อุตโม (Advanced Formulator)
Instructor notes from the TIBD · VISBIO · K-API network. Not a substitute for regulatory advice on your specific product. · Updated 2026-09-28

Related articles