การกล่าวอ้างทางโภชนาการและสุขภาพ (Nutrition and Health Claims): แยกให้ออกว่าคำไหนใช้ได้ คำไหนต้องมีหลักฐาน คำไหนห้าม

ข้อความบนฉลากอาหารแบ่งเป็นการกล่าวอ้างทางโภชนาการและทางสุขภาพ ซึ่งมีเงื่อนไขต่างกัน บทความนี้แยกประเภท เงื่อนไขปริมาณสารอาหาร และหลักฐานที่ต้องมี พร้อมตัวอย่างข้อความที่ใช้ได้และไม่ได้

ข้อความบนฉลากและโฆษณาอาหารที่พูดถึงคุณค่าหรือประโยชน์ต่อสุขภาพ ไม่ใช่การเขียนตามใจ แต่เป็นระบบที่แบ่งประเภทชัดเจนและมีเงื่อนไขกำกับแต่ละประเภท ผู้ประกอบการที่เข้าใจระบบนี้จะเขียนข้อความที่ขายได้และผ่านการพิจารณาในรอบเดียว ส่วนผู้ที่เขียนตามความรู้สึกมักถูกแก้กลับหลายรอบหรือต้องถอนสื่อโฆษณาภายหลัง

บทความนี้อธิบายโครงสร้างของการกล่าวอ้างทางโภชนาการ (Nutrition Claim) และการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ในระดับหลักการ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางสากลที่ประกาศของไทยนำมาใช้ รายละเอียดเชิงตัวเลขและรายการสารอาหารอยู่ในประกาศฉบับปัจจุบัน ซึ่งควรตรวจสอบฉบับล่าสุดก่อนใช้จริง

การกล่าวอ้างทางโภชนาการ: พูดถึงสารอาหาร

การกล่าวอ้างทางโภชนาการคือข้อความที่บอกว่าอาหารมีสารอาหารอะไรในระดับใด แบ่งได้เป็นการกล่าวอ้างปริมาณสารอาหาร เช่น มีแคลเซียมสูง ไขมันต่ำ หรือปราศจากน้ำตาล และการกล่าวอ้างเปรียบเทียบสารอาหาร เช่น น้ำตาลน้อยกว่าสูตรปกติ แต่ละคำมีเงื่อนไขปริมาณที่ต้องถึง ระบุเป็นปริมาณต่อหน่วยบริโภคหรือต่อน้ำหนัก และการใช้คำเหล่านี้มาพร้อมหน้าที่ต้องแสดงฉลากโภชนาการ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือใช้คำโดยไม่ตรวจว่าสินค้าถึงเกณฑ์ หรือถึงเกณฑ์ในสูตรทดลองแต่ไม่ถึงในสินค้าที่ผลิตจริง

การกล่าวอ้างทางสุขภาพ: พูดถึงผลต่อร่างกาย

การกล่าวอ้างทางสุขภาพคือข้อความที่เชื่อมโยงอาหารหรือส่วนประกอบกับสุขภาพ แบ่งได้เป็นการกล่าวอ้างหน้าที่ของสารอาหาร ซึ่งพูดถึงบทบาทของสารอาหารต่อการทำงานปกติของร่างกาย การกล่าวอ้างหน้าที่อื่น ซึ่งพูดถึงผลของอาหารหรือส่วนประกอบต่อการทำงานของร่างกายในลักษณะที่ต้องมีหลักฐานเฉพาะ และการกล่าวอ้างการลดความเสี่ยงของโรค ซึ่งเป็นระดับที่เข้มงวดที่สุด ทุกประเภทมีเงื่อนไขว่าต้องมีสารอาหารหรือส่วนประกอบในปริมาณที่กำหนด และต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในระดับที่ยอมรับ

สิ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้คือการกล่าวอ้างทางสุขภาพไม่ใช่ข้อความที่แต่งได้เอง ข้อความที่ใช้ได้มักถูกกำหนดรูปแบบไว้ และการใช้ข้อความนอกเหนือจากนั้นต้องผ่านการพิจารณาหลักฐานเป็นรายกรณี

สิ่งที่ห้ามโดยหลัก

ข้อความที่สื่อถึงการบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค เป็นสิ่งที่อาหารไม่สามารถกล่าวอ้างได้โดยหลัก แม้จะเขียนอ้อมด้วยชื่ออาการหรือใช้ภาพประกอบที่สื่อความหมายนั้น ข้อความที่ทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ การเปรียบเทียบที่พิสูจน์ไม่ได้ และการอ้างอิงบุคคลหรือสถาบันโดยไม่มีหลักฐาน ก็อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ผู้ประกอบการที่เข้าใจเส้นนี้จะออกแบบข้อความให้อยู่ในฝั่งที่ใช้ได้ตั้งแต่แรก

ตัวอย่างข้อความสามแบบสำหรับสินค้าเดียวกัน

สมมติเครื่องดื่มที่มีใยอาหารในปริมาณถึงเกณฑ์ ข้อความแบบแรกที่ใช้ได้เมื่อปริมาณถึงเกณฑ์คือการระบุว่ามีใยอาหารสูง พร้อมฉลากโภชนาการ ข้อความแบบที่สองคือการพูดถึงหน้าที่ของใยอาหารในรูปแบบที่กำหนด ซึ่งใช้ได้เมื่อเป็นไปตามเงื่อนไข ข้อความแบบที่สามที่บอกว่าเครื่องดื่มนี้ช่วยรักษาหรือป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย เป็นข้อความที่ใช้ไม่ได้ การเห็นสามระดับนี้เทียบกันช่วยให้ทีมการตลาดเขียนข้อความในกรอบได้โดยไม่ต้องถามทุกประโยค

โฆษณาอยู่ภายใต้หลักการเดียวกัน และมีบทลงโทษ

การโฆษณาอาหารรวมถึงสื่อออนไลน์ โพสต์ของแบรนด์ และเนื้อหาที่ว่าจ้างผู้มีอิทธิพล อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด ข้อความที่เกินหลักฐานหรือสื่อถึงการรักษาโรคมีความเสี่ยงทางกฎหมาย และหน่วยงานตรวจสอบสื่อออนไลน์มากขึ้น แบรนด์จึงควรมีชุดข้อความที่ตรวจแล้วสำหรับทุกช่องทาง

ฝึกกับสูตรเครื่องดื่มจริง

ผู้ทำเครื่องดื่มฟังก์ชันฝึกเรื่องนี้กับสูตรจริงได้ใน Energy Drink Formulas ซึ่งมีหัวข้อเลือกสารออกฤทธิ์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งปริมาณที่กำหนดและคำกล่าวอ้าง ส่วนผู้ที่ทำเครื่องดื่มลดน้ำตาล Zero-Sugar Drink Secrets ฝึกเลือกสารให้ความหวานและทำไซรัปไร้น้ำตาล ทั้งสองหลักสูตรเรียนหนึ่งวันในครัวทดลองของ K-API รับไม่เกิน 10 คน

คำถามที่พบบ่อย

เขียนว่าไขมันต่ำหรือน้ำตาลน้อยได้เมื่อไร

คำกล่าวอ้างปริมาณสารอาหารเช่นนี้ใช้ได้เมื่อปริมาณสารอาหารในสินค้าเป็นไปตามเงื่อนไขที่ประกาศกำหนดสำหรับคำนั้น ซึ่งระบุเป็นปริมาณต่อหน่วยบริโภคหรือต่อน้ำหนัก และต้องแสดงฉลากโภชนาการประกอบ การใช้คำโดยไม่ตรวจว่าถึงเกณฑ์เป็นสาเหตุที่ถูกแก้บ่อย

บอกว่าช่วยให้ลำไส้แข็งแรงได้ไหม

ข้อความลักษณะนี้เป็นการกล่าวอ้างทางสุขภาพซึ่งต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งเรื่องสารอาหารหรือส่วนประกอบที่กล่าวอ้าง ปริมาณที่ต้องมี และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับ ไม่สามารถใช้ได้โดยอัตโนมัติเพียงเพราะสินค้ามีส่วนประกอบนั้น

ข้อความในโพสต์ของแบรนด์ต้องเป็นไปตามกฎเดียวกันไหม

ใช่ การโฆษณาอาหารรวมถึงสื่อออนไลน์ที่แบรนด์ควบคุมหรือว่าจ้างอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด และข้อความที่เกินหลักฐานหรือสื่อถึงการรักษาโรคเป็นความเสี่ยงทางกฎหมายไม่ต่างจากฉลาก

แหล่งอ้างอิง

  1. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
T2B
ทีมวิทยากร T2B Academy · ที่ปรึกษาเนื้อหา ดร.วุฒิพงษ์ ผาณิตเศรษฐกร (TIBD) และคุณณัชพล สมรักษ์ (COO ฝ่ายมาตรฐานและการรับรอง)
บันทึกจากวิทยากรในเครือข่าย TIBD · VISBIO · K-API ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะผลิตภัณฑ์ของท่าน · อัปเดต 2026-09-28

บทความที่เกี่ยวข้อง

2026-09-25

เทรนด์เวชสำอาง (Cosmeceutical) และการเลือกสารออกฤทธิ์: ดูหลักฐานก่อนดูกระแส

สารออกฤทธิ์ที่กำลังดังไม่ได้แปลว่าเหมาะกับแบรนด์คุณ บทความนี้เสนอวิธีอ่านเทรนด์เวชสำอางผ่านสี่คำถามเรื่องหลักฐาน ความเข้ากันได้ กฎหมาย และต้นทุน ก่อนใส่สารใดลงสูตร

2026-09-24

อ่านสูตรเครื่องสำอาง (Cosmetic Formula) ให้ออก: เฟส สัดส่วน หน้าที่ของสารแต่ละกลุ่ม และคำถามที่ควรถามโรงงาน

เจ้าของแบรนด์ไม่ต้องตั้งสูตรเอง แต่ต้องอ่านสูตรออก บทความนี้อธิบายโครงสร้างสูตรเครื่องสำอางเป็นเฟส หน้าที่ของสารแต่ละกลุ่ม ความหมายของสัดส่วน และคำถามที่ทำให้โรงงานรู้ว่าคุณอ่านออก

2026-09-23

พัฒนาผลิตภัณฑ์โพรไบโอติก (Probiotic): สายพันธุ์ จำนวนเชื้อมีชีวิต ความคงตัว และคำที่พูดได้

โพรไบโอติกต่างจากสารสกัดตรงที่เป็นสิ่งมีชีวิต สินค้าต้องมีเชื้อมีชีวิตในจำนวนที่กำหนดจนถึงวันหมดอายุ บทความนี้อธิบายการเลือกสายพันธุ์ การรักษาจำนวนเชื้อ และขอบเขตของคำที่พูดได้