ArticlesHealth & Wellness Hub2026-09-076 min read

Claim substantiation for Thai FDA: what evidence works and which wording gets rejected

A claim on a label or in an ad needs evidence that matches the words. Claim types, the evidence each needs, which test results count, and the wording that gets sent back.

This article is available in Thai only. An English edition is not published yet — read it in Thai, or browse the courses in English.

เจ้าของแบรนด์อาหารเสริมและเครื่องสำอางแทบทุกรายเคยเจอปัญหาเดียวกัน คือเขียนข้อความบนฉลากหรือโฆษณาแล้วถูกตีกลับ ทั้งที่รู้สึกว่าสินค้าทำได้จริง ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่สินค้า แต่อยู่ที่ระยะห่างระหว่างคำที่ใช้กับหลักฐานที่มี คำกล่าวอ้าง (Claim) แต่ละแบบต้องการหลักฐานคนละระดับ และการพิสูจน์คำกล่าวอ้าง (Claim Substantiation) คือการทำให้สองสิ่งนี้ตรงกัน

บทความนี้เขียนสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเขียนข้อความให้ขายได้และผ่านการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยไม่ต้องแก้หลายรอบ เนื้อหาเน้นหลักการที่ใช้ได้กับทั้งอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง โดยไม่ลงรายละเอียดข้อกฎหมายรายฉบับ เพราะประกาศมีการปรับปรุงอยู่เสมอ และควรตรวจสอบฉบับล่าสุดกับหน่วยงานหรือที่ปรึกษาก่อนใช้จริง

คำกล่าวอ้างมีกี่ระดับ

วิธีที่ใช้ได้จริงคือมองคำกล่าวอ้างเป็นบันได ยิ่งสูงยิ่งต้องการหลักฐานมาก ขั้นล่างสุดคือคำกล่าวอ้างเชิงองค์ประกอบ เช่น มีสารสกัดชนิดใด ปริมาณเท่าไร ไม่มีน้ำตาล หรือมีวิตามินซี หลักฐานที่ต้องมีคือผลวิเคราะห์ว่าสินค้ามีสิ่งนั้นจริงในปริมาณที่ระบุ

ขั้นถัดมาคือคำกล่าวอ้างเชิงหน้าที่ของสารอาหารหรือสารสำคัญ เช่น สารนี้มีส่วนช่วยในกระบวนการใดของร่างกาย หลักฐานคือความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับเกี่ยวกับสารนั้น ประกอบกับปริมาณในสินค้าที่ถึงระดับที่มีความหมาย ขั้นสูงขึ้นคือคำกล่าวอ้างที่บอกผลลัพธ์ต่อผู้ใช้ เช่น ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น หรือช่วยลดริ้วรอย หลักฐานที่ต้องการคือผลทดสอบกับสินค้าจริงในอาสาสมัคร ขั้นสูงสุดคือคำกล่าวอ้างที่เกี่ยวกับโรค การรักษา หรือการป้องกัน ซึ่งโดยหลักไม่อนุญาตสำหรับอาหารและเครื่องสำอาง และเป็นเรื่องของยา

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือใช้คำระดับสูงโดยมีหลักฐานระดับต่ำ เช่น มีผลวิเคราะห์ว่ามีสารสกัด แต่เขียนข้อความบอกผลลัพธ์ต่อผิว หรือมีงานวิจัยของสารในหลอดทดลอง แต่เขียนเหมือนพิสูจน์ในคนแล้ว

หลักฐานแบบไหนใช้ประกอบคำกล่าวอ้างได้

หลักฐานที่ใช้ประกอบมีหลายรูปแบบและมีน้ำหนักต่างกัน ผลวิเคราะห์องค์ประกอบจากห้องปฏิบัติการใช้ยืนยันว่ามีอะไรอยู่ในสินค้า ผลทดสอบในหลอดทดลอง (In-vitro) หรือในเซลล์แสดงกลไกการทำงานของสารหรือสูตร ผลทดสอบในเนื้อเยื่อ (Ex-vivo) ให้ข้อมูลใกล้สภาพจริงขึ้น ผลทดสอบในอาสาสมัคร (Clinical) แสดงผลลัพธ์ในผู้ใช้จริงและเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักมากที่สุดสำหรับคำกล่าวอ้างที่บอกผลลัพธ์

สิ่งที่ห้องปฏิบัติการที่ดีจะทำคือถามก่อนว่าคุณต้องการกล่าวอ้างอะไร แล้วออกแบบการทดสอบให้ได้หลักฐานที่ตรงกับคำนั้น ไม่ใช่ทดสอบทุกอย่างแล้วค่อยหาคำมาใส่ทีหลัง การเริ่มจากคำที่อยากใช้ทำให้เลือกการทดสอบที่จำเป็นขั้นต่ำได้ และไม่จ่ายเงินทดสอบในสิ่งที่ไม่ได้ช่วยให้ข้อความผ่าน ทีมทดสอบของ VISBIO ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการพันธมิตรของ Academy ทำงานด้วยหลักการนี้

คำที่มักถูกตีกลับ และวิธีเขียนใหม่

ข้อความที่มักมีปัญหาแบ่งได้เป็นสี่กลุ่ม กลุ่มแรกคือคำที่สื่อถึงโรคหรือการรักษา แม้จะเขียนอ้อม เช่น ใช้ชื่ออาการหรือคำที่ผู้บริโภคเข้าใจว่าเป็นการรักษา กลุ่มที่สองคือคำที่รับประกันผลลัพธ์ เช่น เห็นผลแน่นอน หายขาด หรือระบุตัวเลขผลลัพธ์โดยไม่มีที่มา กลุ่มที่สามคือคำเปรียบเทียบที่พิสูจน์ไม่ได้ เช่น ดีที่สุด หรืออันดับหนึ่ง โดยไม่มีข้อมูลรองรับ กลุ่มที่สี่คือการใช้หลักฐานของสารมาอ้างเป็นผลของสินค้า ทั้งที่ปริมาณหรือรูปแบบต่างกัน

วิธีเขียนใหม่ที่ใช้ได้จริงคือถอยกลับมาที่หลักฐานที่มี แล้วเขียนให้ตรงกับหลักฐานนั้น ถ้ามีผลวิเคราะห์องค์ประกอบ ให้พูดถึงองค์ประกอบ ถ้ามีงานวิจัยของสารในระดับที่ยอมรับ ให้พูดถึงหน้าที่ของสารในกรอบที่หลักฐานรองรับ ถ้าต้องการพูดถึงผลลัพธ์ต่อผู้ใช้ ให้วางแผนทดสอบในอาสาสมัครก่อน แล้วค่อยเขียนตามผลที่ได้ การเขียนแบบนี้อาจดูระมัดระวังกว่าคู่แข่งบางราย แต่เป็นข้อความที่ใช้ได้ยาวและไม่ต้องถอนโฆษณาภายหลัง

เตรียมเอกสารอย่างไรให้พิจารณาง่าย

ชุดเอกสารที่ดีจับคู่ข้อความแต่ละประโยคกับหลักฐานที่รองรับอย่างชัดเจน ระบุว่าหลักฐานชิ้นไหนรองรับข้อความไหน ปริมาณสารในสินค้าเทียบกับที่ใช้ในหลักฐานเป็นอย่างไร และวิธีทดสอบเป็นวิธีที่ยอมรับได้หรือไม่ การส่งงานวิจัยกองใหญ่โดยไม่ระบุความเชื่อมโยงทำให้ผู้พิจารณาต้องเดา และมักจบด้วยการขอข้อมูลเพิ่ม

สิ่งที่ควรทำตั้งแต่ขั้นพัฒนาสินค้าคือกำหนดคำกล่าวอ้างเป้าหมายไว้ก่อน แล้วออกแบบสูตรให้มีปริมาณสารที่รองรับคำนั้น และวางแผนทดสอบให้เสร็จก่อนออกแบบฉลาก ลำดับนี้ประหยัดทั้งเวลาและเงินมากกว่าการทำสินค้าเสร็จแล้วค่อยหาว่าจะพูดอะไรได้

ตัวอย่าง: สินค้าเดียวกัน เขียนได้สามระดับ

สมมติสินค้าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารสกัดขมิ้นชันเป็นส่วนประกอบหลัก ระดับแรกที่เขียนได้ด้วยผลวิเคราะห์องค์ประกอบคือการระบุว่ามีสารสกัดขมิ้นชันในปริมาณเท่าใดต่อหน่วยบริโภค และมีสารสำคัญกลุ่มเคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoids) ในระดับที่วิเคราะห์ได้ ข้อความระดับนี้ตรวจสอบได้ตรงไปตรงมาและไม่ค่อยมีปัญหา

ระดับที่สองคือการพูดถึงหน้าที่ของสารในกรอบที่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับรองรับ และเป็นไปตามเงื่อนไขที่หน่วยงานกำหนดสำหรับคำกล่าวอ้างประเภทนั้น ข้อความระดับนี้ต้องระวังไม่ให้กลายเป็นการบอกผลลัพธ์ต่อผู้ใช้โดยไม่มีการทดสอบสินค้าจริง ระดับที่สามคือการบอกผลลัพธ์ที่ผู้ใช้จะได้รับ ซึ่งต้องมีการทดสอบสินค้านี้ในอาสาสมัครรองรับ และข้อความต้องตรงกับสิ่งที่วัดได้จริงในการทดสอบนั้น ไม่ขยายไปถึงผลที่ไม่ได้วัด

สิ่งที่ทีมวิทยากรเห็นบ่อยคือแบรนด์มีหลักฐานระดับหนึ่ง แต่ทีมการตลาดเขียนข้อความระดับสาม การนั่งไล่ทีละประโยคกับหลักฐานที่มีจึงเป็นสิ่งที่ควรทำก่อนส่งเอกสารทุกครั้ง

สื่อโฆษณาและโซเชียลอยู่ภายใต้หลักการเดียวกัน

ข้อความบนฉลากผ่านการพิจารณาแล้ว ไม่ได้แปลว่าข้อความในโฆษณาหรือโพสต์ของผู้มีอิทธิพลจะใช้ได้โดยอัตโนมัติ สื่อทุกช่องทางที่แบรนด์ควบคุมหรือว่าจ้างอยู่ภายใต้หลักการเดียวกัน คือคำต้องไม่เกินหลักฐาน แบรนด์จึงควรมีชุดข้อความที่ผ่านการตรวจแล้วส่งให้ทีมการตลาดและพันธมิตรใช้ แทนการปล่อยให้แต่ละคนเขียนเอง

ฝึกกับสูตรจริง

สองหลักสูตรที่เปิดอยู่ฝึกเรื่องคำกล่าวอ้างกับสูตรจริง Energy Drink Formulas มีหัวข้อเลือกสารออกฤทธิ์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งปริมาณที่กำหนดและคำกล่าวอ้าง ส่วน Liposome & Smart Delivery มีหัวข้อการนำจุดเด่นเรื่องการนำส่งสารไปยังเป้าหมาย (Targeted Delivery) ไปใช้ในการตลาด ทั้งสองหลักสูตรเรียนหนึ่งวัน รับไม่เกิน 10 คน ผู้ที่ต้องการวางแผนทดสอบเพื่อรองรับคำกล่าวอ้างของสินค้าตัวเอง ทีม VISBIO รับออกแบบแผนและทำการทดสอบ

Frequently asked questions

มีผลทดสอบในหลอดทดลองแล้ว ใช้กล่าวอ้างผลต่อผู้บริโภคได้ไหม

ผลในหลอดทดลอง (In-vitro) แสดงกลไกของสารได้ แต่โดยทั่วไปไม่เพียงพอสำหรับคำกล่าวอ้างที่บอกผลลัพธ์ต่อร่างกายหรือผิวของผู้ใช้จริง คำกล่าวอ้างระดับนั้นมักต้องการข้อมูลจากการทดสอบในอาสาสมัคร คำที่ใช้ต้องไม่ไปไกลกว่าหลักฐานที่มี

ใช้งานวิจัยของสารสำคัญที่ตีพิมพ์แล้วแทนการทดสอบสินค้าเองได้ไหม

งานวิจัยของสารสำคัญเป็นหลักฐานสนับสนุนได้ในบางกรณี แต่ต้องพิจารณาว่าปริมาณสารในสินค้าของคุณเทียบเท่ากับที่ใช้ในงานวิจัยหรือไม่ รูปแบบผลิตภัณฑ์เหมือนกันหรือไม่ และหน่วยงานกำกับดูแลยอมรับการอ้างอิงลักษณะนั้นสำหรับประเภทคำกล่าวอ้างของคุณหรือไม่

ทำไมข้อความที่คู่แข่งใช้ได้ แต่ของเราถูกตีกลับ

หน่วยงานพิจารณาข้อความประกอบกับหลักฐานของแต่ละราย และประกอบกับบริบทของสินค้า การที่ข้อความหนึ่งปรากฏในตลาดไม่ได้แปลว่าผ่านการอนุญาต หรือไม่ได้แปลว่าคุณจะใช้ได้โดยไม่มีหลักฐานของตัวเอง

Sources

  1. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
T2B
ทีมวิทยากร T2B Academy · ที่ปรึกษาเนื้อหา ดร.วุฒิพงษ์ ผาณิตเศรษฐกร (TIBD) ร่วมกับทีมทดสอบ VISBIO
Instructor notes from the TIBD · VISBIO · K-API network. Not a substitute for regulatory advice on your specific product. · Updated 2026-09-28

Related articles